เป็นบุญตา!! ขุดพบ “เถ้าพระอัฐิพระพุทธเจ้า” ในซากสถูปใหญ่ที่เมืองเทวนิโมรี

เมื่อปี 1957 ศาตราจารย์ บี. Subbrao และทีมนักโบราณคดี จากภาควิชาโบราณคดี และประวัติศาสตร์โบราณ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาราชาสยา
ซิเรา (Maharaja Sayajirao University) เมืองวาโรดารา ได้ไปทำการ ขุดเจาะซากสถูปใหญ่ที่เมืองเทวนิโมรี ทางตอนเหนือของรัฐคุชราต ซึ่งการขุดเจาะสถูปนี้ พวกเขาได้พบผอบ 2 ใบ

ใบแรก ฝังอยู่ใต้ดินชั้นล่างของสถูป ลักษณะเป็นหินเจาะตรงกลางและมีฝาปิด แต่ไม่เสร็จสมบูรณ์ ไม่บรรจุสิ่งใด
ใบที่สอง อยู่ช่วงกลางของสถูป มีการก่อหินล้อมไว้อย่างดี ผอบมีลักษณะทรงกลมมีฝาปิดใบ ทำจากหินแปรสีเขียว (chlorite schist) มีอักษรพราหมีจารึกไว้ทุกรอบด้าน
นักวิชาการโบราณคดีทีมของศาตราจารย์ วีเอช sonawane จึงได้ช่วยกันแกะ และแปลอักษรในจารึก พวกเขาจึงได้รู้ว่า จารึกนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน อีกทั้งยังได้ทราบว่า เป็นพระเถ้าอัฐิของพระพุทธเจ้า (ถ้าแปลเอาตรงๆ เขาว่า ซากศพพระพุทธเจ้า )

จารึกส่วนแรกนั้น กล่าวถึง “ปฏิจจสมุปบาท”
ซึ่งเป็นหลักธรรมที่อธิบายถึง การเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกัน เช่น ทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัย 12 เรื่องเกิดขึ้นสืบๆเนื่องกันมาตามลำดับ ..

จารึกส่วนที่สอง กล่าวถึงความเป็นมาของสถูป ความดังนี้..
” สถูปนี้สร้างในสมัยของพระเจ้ารุทราเสน (Rudrasena) แห่งราชวงศ์กธิกะ (Kathika) โดยการกำกับดูแลของพระสงฆ์ 2 รูปได้แก่ พระอัคนีพรหม
(Agnivarmma) และพระสุทรสนะ (Sudarsana) ที่ใกล้ๆ กับเมืองกรมันฏิกะ (Karmantika) และปสันฏิกะ (Pasantika) สำหรับผอบนั้นสร้างถวายเป็นที่ประดิษฐานของ ทศพลสรีระ (Dashabalasharira) โดยพระเจ้าวรหะ โอรสของพระเจ้าเสนะ มีพระภิกษุมหาเสนะเป็นผู้จัดเตรียมผอบเพื่อบรรจุพระอัฐิธาตุ ..”

ข้อมูลและภาพจาก: khaosod

Leave a Comment