ในประเทศ : ชะตากรรม ยิ่งลักษณ์-เพื่อไทย ฆ่าไม่ตาย ในทางการเมือง จับตาปี “61 ใครคือผู้นำคนต่อไป

ชะตากรรมของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอย่างนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนักการเมืองฝั่งเพื่อไทยในปี 2561 น่าจับตามิใช่น้อย

แม้ว่าในทางกฎหมายไทย ยิ่งลักษณ์จะตกเป็นบุคคลที่หนีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

แต่ในทางสากลก็รู้กันว่าคดีความของอดีตนายกฯ นั้นถูกตัดสินในช่วงที่ตัวเองถูกยึดอำนาจ มีอำนาจพิเศษเข้ามาดำเนินการทางการเมืองในประเทศ สภาวะสังคมเช่นนี้ว่ากันตามความจริง ระบบกฎหมายการเมือง ก็ถือว่าไม่ปกติ

จึงไม่แปลกหากยิ่งลักษณ์จะได้รับการอนุญาตให้ลี้ภัยทางการเมือง

แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่านางสาวยิ่งลักษณ์ได้รับการลี้ภัยทางการเมือง โดยเฉพาะข่าวหรือก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าอยู่ประเทศอังกฤษ

เบาะแสเดียวที่เป็นทางการว่ายิ่งลักษณ์อยู่ไหนคือคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าได้รับรายงานจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่านางสาวยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกจากดูไบไปยังประเทศอังกฤษตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่า ไทยและอังกฤษมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงเป็นหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดที่จะทำหนังสือขอตัวให้กลับมาดำเนินคดีในไทย

ขณะข้อมูลจากสำนักข่าวบีบีซี น่าเชื่อว่านางสาวยิ่งลักษณ์อยู่อังกฤษจริง แหล่งข่าวเปิดเผยเชื่อว่ายิ่งลักษณ์ได้มีการประสานไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศ ทั้งนี้ ตามระบบของอังกฤษ หากทางการอังกฤษรับเรื่องขอลี้ภัย ผู้ยื่นคำร้องก็จะได้รับความคุ้มครองทันที

โดยที่ตำรวจสากลก็ไม่สามารถส่งตัวกลับประเทศต้นทางได้

ความชัดเจนเรื่องยิ่งลักษณ์อยู่ไหนใกล้เข้ามาอีก ล่าสุดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ภาพจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งโดยเป็นเหตุการณ์ที่ชาวไทยไปพบยิ่งลักษณ์ในห้างสรรพสินค้าของอังกฤษโดยบังเอิญ ก่อนส่งมาให้สำนักข่าวในเมืองไทยเผยแพร่ภาพ จนเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียล ทั้งนี้ ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝั่งยิ่งลักษณ์แต่อย่างไร

วันเดียวกันกับที่มีข่าวว่าคนไทยสามารถถ่ายภาพอดีตนายกฯ ที่ประเทศอังกฤษได้ ก็เกิดการปรากฏตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น

ในคลิปไลฟ์สดจะเห็นว่าทักษิณมีความสุขในการทำอาหารและอยู่กับหลาน

แม้ในทางการเมืองทักษิณและยิ่งลักษณ์อาจดูเหมือนว่าตายไปแล้วในเชิงระบบ

แต่ในเชิงสนามการต่อสู้ทางความคิด และอุดมการณ์ ยังคงเคลื่อนไหวไม่มีหยุด และนับวันยิ่งน่ากลัวมากขึ้นสำหรับ คสช. เพราะโดยที่สองอดีตนายกฯ ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร แต่การบริหารประเทศของรัฐบาลเองก็ถูกวิจารณ์ คนมองว่าใช้ประชานิยมฉาบฉวยไม่ต่างนักการเมือง ทั้งภาวะสินค้าเกษตรหลายชนิด
ตกต่ำ ทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การที่รัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงิน ส่งผลแต่ระดับบนของสังคม แต่คนทั่วไปยังเซื่องซึม เหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปัจจัยให้คนนึกถึงรัฐบาลเลือกตั้งในอดีต ยังไม่นับปัจจัยทางการเมือง ปีหน้าต้องจับตาดูว่า โมเดลประชารัฐของ คสช. เปลี่ยนจิตใจคนได้มากขนาดไหน

กลับไปที่ฝั่งสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า แม้อยู่ภายใต้อำนาจรัฐบาลทหารมากกว่าสี่ปี แต่ก็ยังคงรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางกระแสการถูกดึงตัว

สังเกตได้จากการรวมตัวแถลงข่าวล่าสุดที่ออกแถลงการณ์ต้านการใช้อำนาจตาม ม.44 แกนนำหลักยังคงอยู่ครบ หลายคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวชนกับ คสช. ก็ยังอยู่

จนอาจกล่าวได้ว่า ยิ่ง คสช. ใช้อำนาจมากเท่าไหร่ ฝั่งเพื่อไทยเองก็ไม่หยุดโต้กลับ และดูเหมือนยิ่งรวมตัวกันแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

โดยเฉพาะช่วงใกล้เลือกตั้ง ผลจากการที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยมานาน ถูกล็อกคอไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง (รวมถึงล็อกเข้าค่ายทหาร) จึงเป็นเสมือนการเพิ่มพลังทางการเมือง สร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้กับนักการเมืองเพื่อไทย

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านการเมือง สู่โครงสร้างกฎหมายใหม่ที่ออกแบบโดย คสช.

เพื่อไทยถูกมองว่าเป็นพลังหลักในการต้านอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย

คะแนนการลงประชามติเกือบครึ่งที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นข้อพิสูจน์สำคัญว่ามีคนจำนวนมากในสังคมเช่นกัน ที่ยังคิดเห็นไม่เป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองต้องการ การเลือกตั้งปีหน้าจึงต้องจับตาอย่างยิ่ง ท่ามกลางกระแสทาบตัวอดีต ส.ส. ว่าใครจะอยู่ และใครจะไปจากเพื่อไทย ในวันที่แกนนำพรรคไร้คนนามสกุลชินวัตร

รวมถึงคำถามว่าใครจะเป็นผู้นำคนต่อไปที่จะนำเพื่อไทยต่อสู้กับโครงสร้างการเมืองที่เข้มแข็งของ คสช. จะเป็นคนที่ประนีประนอมเช่นเพื่อไทยยุคยิ่งลักษณ์

หรือจะมีการดันคนที่กล้าสู้กล้าชน รวมถึงพลังทางการเมืองที่หนุนเพื่อไทยจะเป็นอย่างไร ปีหน้าต้องจับตา

ข้อมูลและภาพจาก: khaosod

Leave a Comment